
วิธีสร้างเปลือกขนมปังสีทองที่สมบูรณ์แบบ (โดยไม่ทำให้เนื้อขนมปังเสียหาย)
คุณเคยสงสัยไหมว่าร้านเบเกอรี่มีวิธีอะไรถึงสามารถสร้างเปลือกขนมปังสีทองสวยงามได้ โดยไม่ทำให้ส่วนในของขนมปังเสียหาย? คำตอบก็คือการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมนั่นเอง
เตาอบส่วนใหญ่ใช้อากาศร้อนในการอบ แต่อากาศมีความเร็วในการถ่ายเทที่ช้ามาก หากร้านของคุณมีปริมาณการผลิตสูง คุณคงไม่มีเวลารอให้อากาศร้อนขึ้นหรอก นั่นคือเหตุผลที่เราใช้หลอดไฟอินฟราเรดความถี่สั้น (SWIR)
หลอดไฟเหล่านี้จะปล่อยพลังงานโดยตรงเข้าไปในแป้ง ทำให้เกิดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว
ความลับอยู่ที่ความยาวคลื่น
เราปรับความยาวคลื่นของหลอดไฟให้อยู่ในช่วงที่เฉพาะเจาะจง (0.76 ถึง 2.5 ไมครอน) ซึ่งช่วยให้ความร้อนเข้าไปสู่พื้นผิวของขนมปังได้โดยตรง ทำให้เกิดปฏิกิริยามายลาร์ดขึ้น ซึ่งก็คือกระบวนการที่น้ำตาลและโปรตีนรวมตัวกันเพื่อสร้างกลิ่นและสีน้ำตาลให้กับขนมปัง ซึ่งเกิดขึ้นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ภายในหลอดไฟมีอะไรบ้าง?
เราใช้หลอดควอตซ์ที่มีฮาโลเจนอยู่ภายใน เพราะฮาโลเจนช่วยให้หลอดไฟมีอุณหภูมิสูงมาก หากไม่มีฮาโลเจน ไส้หลอดทังสเตนก็จะระเหยไป ทำให้หลอดไฟเสียหายได้เร็วมาก
นอกจากนี้ เรายังใช้ตัวเชื่อมต่อแบบ R7s หรือ SK15 ด้วย เพราะในเตาอบที่มีเสียงดังและมีการสั่นสะเทือนมาก สิ่งสุดท้ายที่คุณไม่ต้องการก็คือสายไฟที่หลุดออกมา ตัวเชื่อมต่อเหล่านี้จะช่วยให้สายไฟอยู่ในตำแหน่งที่แน่นหนา
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณมี เราสามารถปรับกำลังไฟได้ ยิ่งกำลังไฟสูงเท่าไหร่ ความหนาแน่นของความร้อนก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเร่งกระบวนการผลิตได้
ข้อควรระวัง:
หลอดไฟเหล่านี้มีพลังงานสูงมาก หากคุณติดตั้งหลอดไฟใกล้เกินไป หรือเปิดหลอดไฟนานเกินไป ก็อาจทำให้เปลือกขนมปังไหม้ก่อนที่ส่วนในของขนมปังจะร้อนขึ้นได้ ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมีตัวควบคุม PID ที่มีประสิทธิภาพ และตัวสวิตช์ที่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ หลอดควอตซ์มีอุณหภูมิสูงมาก ดังนั้นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเตาอบมีช่องระบายอากาศที่เพียงพอ หากการระบายอากาศไม่ดี หลอดไฟก็จะเสียหายได้เช่นกัน